ทำภาพ HDR ด้วยโปรแกรม Photoshop
เพื่อนๆคงจะเคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับ HDR ที่มีชื่อเรีกเต็มๆว่า High Dynamic Range ซึ่งก็คือภาพที่มีรายละเอียดของส่วนมืดและส่วนสว่างกว้างมาก ซึ่งวันนี้เราจะมาลองทำภาพ HDR โดยใช้ Photoshop เพื่อการเก็บรายละเอียดของภาพและไม่ทำให้ภาพดูหลอกตาเกินไปครับ

ลองดูภาพนี้นะครับจะเห็นได้ว่าผมถ่ายแล้วยังไม่สามารถเก็บรายละเอียดของพื้นดินได้หมดเพราว่าความต่างแสงระหว่างพื้นดินกับท้องฟ้ามากมายครับ

ก่อนที่เราจะมาใช้ Photoshop ทำ HDR นั้นมาทำความเข้าใจในหลักการคร่าวๆนิดนึงนะครับ โดยหลักการแล้วโปรแกรม Photoshop หรือโปรแกรมอื่นๆที่คล้ายๆกันเช่น Photomatix นั้นจะทำการนำภาพหลายค่าแสงมาทำการรวมกัน เพราะฉะนั้นเราต้องถ่ายภาพหลายค่าแสงมาก่อนนะครับ ซึ่งโดยปกติแล้วเราต้องทำดังนี้นะครับ
1. ตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องเพราะเราต้องถ่ายภาพเดิมหลายค่าแสงโดยที่ภาพเราต้องไม่ขยับกล้องไปไหนเลย เพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้ขาตั้งกล้องครับ
2. ทำการวัดแสงตามที่เราถนัดนะครับ โดยส่วนมากผมจะใช้การวัดแสงแบบเฉลี่ยครับ แล้วทำการถ่ายคร่อมจำนวนStop เช่น -3, -2, -1, 0, 1, 2, 3 เป็นต้น โดยปกติแล้วผมมักจะถ่ายไว้ขั้นต่ำ 3 ค่าแสงคือ แสงพอดี แสงอันเดอร์ แสงโอเวอร์ ในที่นี้ไม่มีสูตรตายตัวนะครับว่าต้องถ่ายกี่ stop หรือกี่ภาพ

หลังจากที่เราก็ได้ภาพที่เราต้องการมาแล้วนะครับก็มาเริ่มเปิดโปรแกรม Photoshop ได้เลยนะครับ
1. เลือก File>Automate>Merge to HDR

2. หลังจากนั้นก็จะมี Pop up ขึ้นมานะครับ ให้เรากด Browse เพื่อเลือกภาพนะครับ

3. ผมเลือกภาพที่ผมถ่ายคร่อมไว้ทั้งหมด 5 ภาพนะครับ นอกจากนั้นเพื่อนๆต้องติ๊กตรงช่อง Attempt to Automatically Align Source Image ด้วยนะครับ แล้วกดโอเคครับ

4. โปรแกรม Photoshop ก็จะทำการรวมภาพให้คร่าวดังภาพนะครับ

5. โดยปกติแล้วผมจะทำการเลือกภาพบางค่าแสงนะครับ ลองดูตัวอย่างนะครับพบว่าท้องฟ้ามีรอยดำเป็นปื้นๆเนื่องมากจากการรวมกันของหลายภาพ

6. ในที่นี้ผมทำการเอาภาพ EV +3, EV0 และ EV -1.32 ออกนะครับ จะเห็นได้ว่าภาพดูสมจริงขึ้นไม่หลอกตาเรา หลังจากนั้นเราก็ทำการปรับความสว่างตามใจเราเล็กน้อย โดยการเลื่อน slide bar ของ curve ด้านบนขวานะครับ ปรับตามใจเรานะครับ

7. ต่อมาเราต้องเลือก bit depth ในที่นี้จะเห้นได้ว่ามีให้เลือก เลือก 3 อันคือ 32 Bit/Channel, 16 Bit/Channel และ 8 Bit/Channel เราต้องเลือก 16 Bit/Channel หรือ 8 Bit/Channel นะครับเพราะถ้าเราเลือก 32 Bit/Channel เราจะปรับได้แค่ ความสว่างโดยการเลื่อน slide bar ของ curve ด้านบนขวาเท่านั้นเองนะครับ ในที่นี้ผมเลือก 16 Bit/Channel แล้วกดโอเคครับ

8. ต่อมาก็จะมี pop up ที่เรียกว่า HDR Conversion ขึ้นมานะครับ เราจะสามารถเลือกวิธีการปรับแต่งค่าแสงของภาพได้ 4 วิธีนะครับคือ Exposure and Gamma, Highlight Compression, Equalize Histogram และ Local Adaption นะครับ มาลองดูแต่ละตัวนะครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

9. Exposure and Gamma ใช้ปรับความสว่างและความต่างแสงโดยการปรับ Exposure กับ Gamma

10. Highlight Compression อันนี้ปรับอะไรไม่ได้เลยครับโปรแกรมจัดมาให้เราเลย

11. Equalize Histogram อันนี้ปรับอะไรไม่ได้เลยเช่นกันครับโปรแกรมจัดมาให้เราเลย

12. Local Adaption เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการปรับแต่งครับเพราะเราสามารถปรับค่าความสว่าง contrast และ ปรับ curve ได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราสามารถจัดการภาพได้มากมายครับ ในที่นี้ผมใช้ radius ที่ 16 px (การใส่ค่า radius มากๆจะทำให้เกิดค่าไฮไลท์มากซึ่งจะทำให้ภาพเกิอ Haloได้นะครับ)และ Threshold ที่ 0.50 ครับ
นอกจานั้นให้เราเปิดTonal Curve and Histogram เพื่อที่จะจัดการภาพโดยรวม ในที่นี้ผมเลือกที่จะดึงค่าโทนภาพทั้งหมดลงมาให้มืดหน่อยนะครับ เพื่อให้ภาพดูสมจริงไม่หรอกตามากครับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราอาจจะอยากได้ภาพที่ดูเวอร์แปลกๆก็ได้นะครับ ยังไงต้องลองปรับแต่งตามใจนะครับ เสร็จแล้วก็กด OK ครับ
13. เราก็จะได้ภาพ HDR แล้วครับ จะเห้นได้ว่าภาพนี้มีส่วนของหินมากขึ้น โดยที่ภาพนั้นดูไม่หลอกตามากครับ

หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆนะครับ




setawit Said,
October 14, 2009 @ 9:29 pm
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ครับ
chatsworth usa Said,
October 15, 2009 @ 3:52 am
ขอบคุณมากค่ะ เข้ามาเรียนทุกวันที่ได้รับจากเมล์ เป็นอีกวธีที่หนึ่งสุดยอด
ของคนไกลบ้าน
Aukee Said,
October 15, 2009 @ 5:53 pm
มีประโยชน์อีกแล้ว ขอบคุณครับ
kelen Said,
October 16, 2009 @ 12:46 pm
ได้รับเมล์อยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยเข้ามาเลย วันนี้เห็นหัวที่กำลังสนใจอยู่ จึงมีโอกาสเข้ามา โอ๊ว..เวปดีมาก ตรงใจ อย่างนี้จะเข้ามาเรียนรู้บ่อยๆครับ
ว่าแต่มีข้อสงสัย การ save ภาพ HDR มันไม่สามารถเก็บภาพเป็น jpg ได้ และไม่สามารถดูภาพได้ด้วยโปรแกรมอื่นๆ อันนี้ไม่ทราบว่าผมทำผิดขั้นตอนตรงไหนไนเรื่อการจัดเก็บภาพหลังจากที่เราทำ HDR เรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณครับ
PhotoshopPub.Com ครับผม Said,
October 16, 2009 @ 1:50 pm
พี่ทำไม่ผิดหรอกครับ
ปกติแล้ว เราต้อง save เป็น .psd ซึ่งเป็นไฟล์ของ Photoshop แล้วค่อยมา convert เป็น tiff หรือ jpg ที่หลังครับ
hut Said,
October 20, 2009 @ 5:41 pm
แจ่มมากเลยครับ ไว้จะเอาไปลองบ้าง
kelen Said,
November 6, 2009 @ 4:28 pm
“พี่ทำไม่ผิดหรอกครับ
ปกติแล้ว เราต้อง save เป็น .psd ซึ่งเป็นไฟล์ของ Photoshop แล้วค่อยมา convert เป็น tiff หรือ jpg ที่หลังครับ”
ขอบคุณครับ แล้วจะลองดูใหม่